Novel

เฮ้ย!

โอ๊ย...

เสียงร้องสองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน เมื่อสองร่างที่วิ่งมาจากคนละทางปะทะกันอย่างรุนแรง หญิงสาวร่างบางล้มลงก้นจ้ำเบ้าลงบนพื้น ในขณะที่อีกฝ่ายก็ไม่แตกต่างกันนัก

ชายหนุ่มพยุงตัวเองลุกขึ้น ก่อนจะส่งมือไปยังหญิงสาวตรงข้ามที่กำลังจะลุกขึ้นเช่นกัน มือบางกำลังยกขึ้นปัดแข้งปัดขา พาส่วนสกปรกให้หลุดไปจากกระโปรงสีฟ้าสดใสที่สวมอยู่

อ๊ะ...

มาครับผมช่วย

ไม่ต้อง!

เสียงหวานของหญิงสาวกร้าวขึ้น ก่อนจะปัดมือใหญ่ตรงหน้าจนพ้นสายตา ชายหนุ่มได้แต่มองอย่างไม่พอใจแกมงุนงงอยู่ในที

อะไรของเขาวะ?

ชายหนุ่มสถบในใจพลางมองสำรวจร่างบางเล็กตรงหน้าไปด้วย หญิงสาวตรงหน้าเขาเป็นสาวร่างเล็ก ผิวสีขาวสะอาด ผมสีดำขลับมัดเป็นหางม้าอย่างทะมัดทะแมง เสื้อสีขาวปักลวดลายด้วยลูกปัดอย่างเก๋ไก๋ รับกับกระโปรงสีฟ้าสดใสที่เข้ากันอย่างดี

คุณมองอะไรฉันไม่ทราบ

มอง? ใครมองคุณกัน

ก็คุณมองฉันอยู่นี่ไง หรือคุณจะเถียง

ร่างบางตรงหน้ายืนขึ้นเต็มความสูง ใบหน้าขาวใส ประกอบไปด้วยตาชั้นเดียวบ่งบอกถึงความเป็นคนเชื้อสายจีน โครงหน้าเรียวเล็ก จมูกได้รูปของเธอรับกับปากบางสีชมพูอ่อนๆได้เป็นอย่างดี

คุณวิ่งมาชนฉัน ไม่ขอโทษสักคำยังจะมามองฉันแบบนี้อีก

ใครกันแน่ที่วิ่งมาชน คุณต่างหากไม่ใช่ผม

ใคร? คุณนั่นแหละ นี่ของฉันหล่นหมดแล้วคุณไม่เห็นหรือไง

ไม่จริงคุณนั่นแหละผิด มาชนผมเองแท้ๆ ยังไม่ขอโทษอีกดูสิ

สองคนเถียงกันหน้าดำหน้าแดงไม่มีใครยอมใคร กระเป๋าถือสีหวานของเธอตกอยู่ทางหนึ่ง ส่วนกระเป๋าเอกสารของเขาก็ตกอยู่อีกทางเช่นกัน เมื่้อเถียงกันอยู่นาน เรื่องชักจะไม่ยุติลงเสียที ระเบียงทางเดินที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านเมื่อครู่ เริ่มมีมากขึ้น หลายคนเดินผ่านไปพลางจับกลุ่มพูดคุยกับเพื่อนฝูงด้วยความสงสัย

เธอๆ ดูสองคนนั้นสิ

ทะเลาะอะไรกันไม่รู้ล่ะ

ท่าทางจะโกรธกันน่ะ

จากเสียงกระซิบเบาๆ ก็เริ่มดังมากขึ้น สายตาที่มองมาด้วยความสอดรู้สอดเห็นก็มากขึ้นเช่นกัน สองคนที่อยู่ตรงกลางวงก็เริ่มจะรู้สึกขึ้นมาบ้าง หากคนที่ของขึ้นย่อมลงไม่ได้ในทันทีแน่นอน

คุณต้องขอโทษฉันเดี๋ยวนี้ หญิงสาวว่าเสียงห้วน สลัดคราบสาวหวานไปจนหมดสิ้น

ไม่! เรื่องอะไรผมต้องขอโทษคุณ

จบคำ สองคนก็แทบจะยิงฟันใส่กัน ด้วยเพราะไม่มีใครยอมใคร หญิงสาวที่บอกตัวเองว่าไม่ผิด หากแต่เขานั่นแหละวิ่งมาชนเธอเองผิดเต็มประตู

แต่คุณไม่เป็นอะไรนิยะ ฉันสิกระโปรงก็ขาด แขนก็เจ็บ

มือบางชี้ไปที่กระโปงยาวของเธอที่มีรอยขาดอยู่ อีกทั้งยังยกข้อศอกที่เกิดเป็นแผลถลอกเลือดซิบให้คนตรงหน้าดู

ใครว่าผมไม่เจ็บ ผมก็เจ็บเหมือนคุณนั่นแหละ ผมก็มีเนื้อมีหนังเหมือนคุณนะ

เหรอ... หญิงสาวย้อนเสียงสูงพลางมองคนหน้าอย่างกวนๆ สลัดมาดสาวหวานเป็นสาวห้าวได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ฉันว่าอย่างคุณน่าจะไม่เจ็บง่ายๆ นะ ผิวออกจะ...หนา

เธอเน้นเสียงหนักในพยางค์สุดท้าย ก่อนจะมองสำรวจคนตรงหน้าอย่างไม่เกรงใจ ก็ดูที่เขามองเธอตอนแรกสิ ไม่มีมารยาทเอาซะเลย แล้วเรื่องอะไรเธอจะต้องทำดีกับเขาด้วยล่ะ

ห๊ะ? คุณว่าผมเหรอ แ่ต่ก็ยังดีกว่าลูกคุณหนูผิวบอบบางอย่างคุณ

ทำไม ฉันมันทำไมกัน

ไอ้นิ! พี่ธาม เกิดอะไรขึ้นน่ะ

เสียงที่แหวกอากาศเข้ามา ทำให้สมรภูมิน้ำลายหยุดได้ในทันที สองคนที่แทบจะฆ่ากันตายรีบหันไปมองที่มาของเสียงงงๆ ปนสงสัย

ใครเรียกวะ?

แฮ่ก...แฮ่ก...เกิดอะไรขึ้นกันน่ะ เสียงดังเชียว ก่อนสองเสียงของเจ้าชื่อที่ถูกเรียกจะประสานเป็นเสียงเดียวทันที

จิ๊บ!

---

ตกลงทะเลาะกันด้วยเรื่องแค่นี้หรือ

จีรัณดาว่าอย่างอ่อนใจเมื่อรับฟังเรื่องราวต่างๆ ที่พรั่งพรูออกมาจากปากคู่กรณีทั้งสองคน แต่ไม่ได้เล่ากันอย่างดีๆ หรอกนะ เพราะพอเล่าที ก็แขวะกันที เล่นเอาเธอปวดหัวเสียจริงๆ ทะเลาะกันเป็นเด็กๆ ไปได้สองคนนี้

ตอนนี้พวกเขานั่งอยู่ที่ร้านกาแฟเล็กๆ แห่งหนึ่งหัวมุมถนนชื่อว่า Lamitié* ใกล้ๆ กับบริษัทของจีรัณดา ร้านเล็กๆ ที่ตกแต่งได้อย่างน่ารัก มีแจกันและดอกไม้สีสดใสประดับไว้ทั่วร้าน

กว่าจีรัณดาจะพาสองคนนี้มาได้ ก็เล่นเอาเธอเหงื่อตกได้เหมือนกัน เพราะสองคนเล่นเถียงกันมาตลอดทางในระหว่างที่เดินมา คนที่เดินสวนไปก็มองทั้งคู่อย่างสงสัย

ฝ่ายคนในบริษัทที่ทั้งคู่ชนกันเมื่อครู่ก็มองด้วยความรู้สึกไม่แตกต่างกันนัก แหงล่ะ ก็เธอเป็นทูตสันทวไมตรีเสี่ยงตายเข้าไปห้ามทัพนี่นา แต่จะไม่ให้เธอเข้าไปห้ามได้ไง ในเมื่อคนสองคนที่กำลังเถียงกันหน้าดำหน้าแดงนั้นเป็นคนรู้จักของเธอ

คนหนึ่งก็เพื่อนรัก อีกคนก็เพื่อนของพี่ชายเธอ กลับไปทำงานหลังจากนี้เธอคงจะโดนกองทัพคำถามรุมกระหน่ำจากพี่ๆ ในแผนกเป็นแน่ หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อนึกถึงตรงนี้

พี่ธาม ยัยนิ

ครับ

ว่าไงยะ

ไม่ทันที่จีรัณดาจะอ้าปากถาม บริกรหนุ่มก็ยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟเสียก่อน เธอรอให้ชายหนุ่มจัดการกับหน้าที่ของตนให้เรียบร้อยก่อน เธอจึงเริ่มต้นพูด

แล้ว...จะทะเลาะกันทำไมคะเนี่ย เรื่องแค่นี้เอง จิ๊บว่าขอโทษกันก็จบแล้ว

ก็เขาไม่ยอมขอโทษพี่นี่ครับจิ๊บ

ใครกันแน่ เขาไม่ยอมขอโทษฉันต่างหากจิ๊บ

พอตั้งต้นจะทะเลาะกันอีก จีรัณดาก็รีบยกมือขึ้นห้ามทัพทันที ก็ไม่ใช่อะไรหรอกนะ เกิดมีปากมีเสียงกันขึ้นมาอีกที แล้วจะเดือดร้อนใครอีก ถ้าไม่ใช่เธอที่จะต้องหยุดสงครามย่อมๆ คราวนี้อีก

โอเคค่ะ งั้นถ้าคิดว่าตัวเองไม่ผิดก็ไม่ต้องขอโทษกัน จบแค่นี้ดีกว่า แยกกันกลับค่ะ

*Lamitié เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า มิตรภาพ

จีรัณดาว่าซะดื้อๆ ก่อนจะลุกขึ้นหยิบกระเป๋าใบสวยสำหรับไปทำงานเดินออกไปอย่างรวดเร็ว จนสองคนที่เหลือหันมามองหน้ากันอย่างงงๆ อยู่ๆ ก็ลุกเฉยเลย อะไรของเขาหว่า แล้วก็เบือนหน้าหนีกันอีกครั้งเมื่อนึกได้ว่าตนเลิกคิ้วถามใครอยู่

ฉันไปล่ะ ชายหนุ่มหยิบธนบัตรค่าเครื่องดื่มมาวา่งไว้บนโต๊ะ พลางพูดขึ้น ผมก็ไปเหมือนกัน

ม๊า นิไม่ไปไม่ได้หรือ

---

เสียงหวานของหญิงสาวออกอาการออดอ้อน สองมือบางกระชับตรงเอวมารดาแน่นยิ่งขึ้น ใบหน้าหวานใสก้มลงแนบกับแก้มหญิงวัยกลางคนในอ้อมกอด ก่อนจะกดจมูกลงไปเสียฟอดใหญ่

ไม่ต้องมาอ้อนเลยเรา ยังไงก็ต้องไป ป๊ากับม๊านัดลุงทัณฑ์กับป้านิดไว้แล้ว

ป๊ากับม๊าสิคะนัด นิไม่ได้นัดด้วยนี่

เราไม่อยากเจอพี่นิวหรือไง ตอนที่พี่เขาไป ยังร้องตามพี่เขาอยู่เลย

ม๊าก็...ตอนนั้นนิยังเล็กอยู่นี่คะ

ไม่รู้ล่ะ ยังไงก็ต้องไป รีบขึ้นไปแต่งตัวเลยเรา เดี๋ยวป๊าเขาก็จะลงมาแล้ว

คุณศรัณยาว่าเสียงหวาน หากมันเฉียบขาดตามความรู้สึกของลูกสาวคนเดียว นิรชา พยักหน้าแต่โดยดี ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปข้างบนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า

...พี่นิวเหรอ...ไม่ได้เจอกันนานแค่ไหนแล้วนะ..

...10 ปีแล้วนี่...

...พี่เขาคงจะเปลี่ยนไปมากเหมือนกัน...

...จะหล่อไหมน๊า...

นิรชาคิดอย่างสนุกๆ พลางหมุนพวงมาลัยรถยนต์คนเล็กของตนตามรถของบิดาเธอเข้าไปยังบ้านหลังตรงหน้า มีป้ายอัลลอยด์เขียนไว้ชัดเจนว่า บ้านธนานุรักษ์

มากันแล้วเหรอ มาเข้ามาก่อน

ยา ฉันคิดถึงเธอมากเลย

ฉันก็คิดถึงเธอนิด

หญิงวัยกลางคนสองคนโผเข้ากอดกันอย่างคิดถึง เมื่อพบหน้ากัน ฝ่ายชายสองคนก็ตรงเข้ากอดกันด้วยเช่นกัน ระยะเวลาที่ไม่ได้เจอกันเกือบ 10 ปีทำเอาท่านทั้งสี่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

---

ตัว เค้าอยากกินมะม่วงอ่ะ ตัวปีนขึ้นไปเก็บให้หน่อยจิ

ห๊ะ? มะม่วง มันสูงนะ ไม่เอาหรอก

น๊า...น๊า...ตัว เดี๋ยวเค้าหอมแก้มเป็นรางวัลสองฟอดเลย เอ๊า

เด็กหญิงผมเปียว่าอย่างน่ารัก พลางทำท่าจุ๊บๆ แบบเด็กๆ ไปให้เด็กหนุ่มตรงหน้า เขาหัวเราะขำ ก่อนจะพยักหน้าตกลง เธอจึงทำหน้าดีใจใหญ่ ก่อนจะกระโดดโลดเต้นไปมา

เย้ๆ ตัวใจดีที่สุดเลย เค้ารักตัวที่ซู๊ดเลย และแล้ววันนั้นเธอก็ได้มะม่วง 1 ช่อมาทานสมใจ แต่ก็นั่นแหละเธอก็ต้องหอมแก้มคนตัวโตของเธอสองฟอดไปตามสัญญาเช่นกัน

...

ตัว! ตัวอยู่ไหนอ่ะ!

เสียงตึงตังๆ พร้อมกับเสียงเรียกแจ้วๆ เล็กๆ ดังให้ลั่นบ้านไปหมด เด็กหญิงที่มีกระดาษวาดเขียนในมือทำหน้าตื่นเต้น ผมเปียสีดำขลับดูยุ่งเหยิง ใบหน้าขาวใสมอมแมมไปด้วยสีต่างๆ ดูแล้วขมุกขมอมเสียจริงๆ

อยู่นี่ มีอะไรหรือเปล่า

เค้ามีอะไรจะให้ตัวดูแหละ

อะไรล่ะ

นี่ไง

มือเล็กๆ ยื่นกระดาษแผ่นใหญ่ในมือให้คนตรงหน้าดู เด็กหญิงยิ้มยิงฟันใส่ รอให้คนตรงหน้าดูกระดาษนั้น

เป็นไงบ้าง เค้าวาดรูปตัวกะเค้า เห็นไหม

นิ้วเล็กๆ ชี้เด็กชายและเด็กหญิงสองคนในรูปที่ตัวเองวาด เด็กชายใส่เสื้อยืดสีฟ้าสดใสกับกางเกงสีไข่ไก่ขาสั้น กับเด็กหญิงตัวเล็กผมเปียสีดำสนิทใส่เสื้อสีชมพู กับกางเกงสีขาวขาสั้นเช่นกัน

น่ารักดี...ตัววาดรูปเก่งนี่

แหงอยู่แล้ว เค้าเก่ง

แหวะๆ

อะไร ไม่ต้องมาแหวะเลย ก็ตัวชมเค้านี่นา

เค้าไม่ได้ว่าอะไรซะหน่อย ไปกินขนมกัน แม่เค้าทำไว้ให้แล้วล่ะ

...

ตัวจะไปไหนอ่ะ

เค้าจะต้องย้ายไปอยู่เมืองนอกกะพ่อ

ตัวไม่ไปไม่ได้เหรอ เค้าคิดถึงตัว

ไม่ได้หรอก ไว้เค้าจะส่งจดหมายมาหานะ

นิวลูก ไปได้แล้วล่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันขึ้นเครื่อง!

เสียงที่เรียกมาจากประตูรั้วหน้าบ้านที่ผู้ใหญ่สี่คนกำลังร่ำลากันอยู่ ทำให้เด็กชายต้องรีบเดินออกไป มือน้อยๆ ของเด็กหญิงจับมือของอีกคนไว้แน่น เดินตามไปด้วย

ลุงกับป้าขา ให้พี่นิวอยู่นี่ไม่ได้เหรอ หนูไม่อยากให้พี่นิวไปเลย

เสียงเล็กๆ ว่าอย่างออดอ้อน ทำตาปริบๆ ส่งไปให้ผู้เป็นบิดา มารดาของพี่ชายสุดที่่รักของตน คุณธนากรกับุคุณนฤมลมองหน้ากัน หญิงสาวย่อตัวลงนั่งลงจนเท่ากับเด็กหญิงตัวน้อย พลางลูบหัวอย่างเอ็นดู

แล้วหนูจะให้พี่นิวอยู่กับใครล่ะคะ ลุงกับป้าไม่อยู่นี่

กับหนูๆ หนูจะดูแลพี่นิวเอง นะคะ

ผู้ใหญ่สี่คนหัวเราะอย่างเอ็นดูกับคำพูดไร้เดียงสาของเด็กหญิง ปลายหางเปียของเธอกระดกขึ้นลงตามจังหวะการพยักหน้า

ไม่งอแงนะลูก พี่เค้าจำเป็นต้องไปจริงๆ

เมื่อเห็นใบหน้าลูกสาวที่ตาแดงๆ เหมือนจะร้องไห้ คุณศรัณยาจึงอุ้มลูกสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนพลางกอดเอาไว้แน่น

ก็ได้...แต่ตัวต้องเขียนจดหมายมาหาเค้าทุกวันเลยนะ

เด็กหญิงรับปากอย่างว่าง่าย ประโยคหลังเจ้าตัวหันไปพูดกับพี่ชายสุดที่รักที่ยืนอยู่ไม่ไกล เด็กชายพยักหน้ายิ้มให้ การที่เขาจะต้องย้ายบ้าน ไม่ได้เจอเจ้าตัวเล็กเขาก็คงจะคิดถึงเด็กน้อยน่ารักคนนี้มากๆ เช่นกัน

จะถึงเวลาแล้วล่ะ เราไปกันเถอะ

ไปนะยา แล้วฉันจะติดต่อกลับมาถ้าถึงที่โน่นแล้ว

จ๊ะ เดินทางโดยสวัสดิภาพนะ

ขอบใจจ๊ะเพื่อนรัก

ผู้ชายสองคนช่วยกันลำเลียงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ใส่ท้ายรถแท็กซี่ ก่อนคุณธนากรและคุณนฤมลจะขึ้นไปนั่งบนรถ เด็กชายเดินไปขึ้นนั่งบนเบาะหลังข้างๆ มารดา พลางโบกมือไปเด็กหญิงตัวน้อยทางกระจกใสด้านข้างที่เปิดค้างไว้ครึ่งบาน ก่อนรถแท็กซี่จะวิ่งออกไป

เค้าไปแล้วนะ

ตัว...พี่นิว!!

ฮืก...ตัว..ฮึอ...อย่าเพิ่ง..ไป

นิ...เหม่ออะไรลูก

ปล่าวค่ะม๊า

เสียงหวานของนิรชาปฏิเสธทันทีเมื่อถูกมารดาของเธอถาม ก็จะให้เธอบอกไปได้อย่างไรล่ะ ว่ากำลังคิดถึงเรื่องสมัยเด็กกับพี่ชายข้างบ้านคนที่กำลังจะออกมาจากห้องครัวไม่กี่นาทีต่อจากนี้

...พี่ชายจะเป็นไงน๊า...ตื่นเต้นแฮะ...

เธอก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเหมือนกันที่พี่ชายของเธอคนนี้จะทำอาหารเป็นด้วย ขนาดเป็นผู้ชายแท้ๆ เชียว ทำเอาเธอขายหน้าไปเหมือนกัน ก็เธอน่ะ แค่ทอดไข่เจียวยังไหม้เลยนี่นา

น่าอายชะมัด

เสร็จแล้วครับทุกคน

เสียงทุ้มดังมาจากประตูห้องรับประทานอาหารของบ้าน หญิงสาวรีบหันไปมองทันทีเมื่อได้ยิน หากคนที่ปะทะกับสายตาทำเอาเธอต้องตะลึงนิ่งงัน ไม่แพ้ชายหนุ่มอีกคนที่ยืนค้างเติ่งไม่แตกต่างกัน

คุณ? มาอยู่นี่ได้ไง

เธอ? มาทำอะไรที่นี่

สองเสียงดังออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทำเอาผู้ใหญ่ที่เหลือมองไปมองมาอย่างไม่เข้าใจ ก่อนคุณธนากรกับคุณศรัณยาจะหันไปถามลูกตัวเองอย่างงงๆ ปนสงสัย

นี่ไปพบกันตอนไหนแล้วล่ะเจ้านิว

เราเคยเจอพี่เขาแล้วหรือลูก ไม่เห็นบอกเลย แม่ก็นึกว่ายังไม่เจอกัน

ฝ่ายธามกับนิรชาดูจะไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้กับคำถามที่ได้ยิน ต่างฝ่ายต่างพูดไม่ออก เรื่องราวเมื่ออาทิตย์ก่อนแล่นเข้ามาตัดกับเมื่อครั้งสมัยเด็กเป็นฉากๆ อย่างกับละคร

หมายความว่า...คุณคือ...พี่นิว

เธอ...คือยัยนิ

ฮ่าๆๆ

แล้วสองคนก็ระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกันอีกครั้ง โถ่เอ๊ย! มันก็แค่เส้นผมบังภูเขาแท้ๆเชียว คนที่พบกันโดยบังเอิญแถมทะเลาะกันซะยกใหญ่ กลับเป็นคนที่เคยเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆ ไปได้

นี่ล่ะนะ เค้าถึงบอกว่าแค่ปัญหาเล็กๆ แต่มันก็คือปัญหาซึ่งมีผลทำให้ไม่ประสบความสำเร็จได้ เช่นกับการที่ผงเข้าตา มันไม่ได้มองเห็นเป็นชิ้นๆ แต่ก็สร้างปัญหาให้แก่การมองเห็นของเราแน่นอน

หลังจากแนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง นิรชาจึงได้รู้ว่า พี่นิว ของเธอมีชื่อจริงว่า ธาม แต่ที่เพื่อนของเธอเรียกเขาว่าพี่ธามนั้นเพราะพี่ชายของเพื่อนเธอเรียกนั่นเอง

แล้วนี่พี่ธาม...เอ่อ...พี่นิวจะให้นิเรียกว่าไงดีเนี่ย

เรียกพี่นิวแล้วกัน เราจะได้คุ้นเคย

โอเคๆ แล้วพี่นิวกลับมาเมื่อไหร่คะ

ชายหนุ่มกับหญิงสาวกำลังนั่งอยู่บนสนามหญ้าสีเขียวหน้าบ้าน พระจันทร์ดวงโตทอแสงนวลตา ดวงดาวน้อยใหญ่เป็นประกายระยิบระยับประดับทั่วผืนฟ้าสีดำสนิท ราวกับเส้นผมสีดำขลับตบแต่งไว้ด้วยขลิบสีเงินสวยงาม

ก็สัปดาห์ที่แล้วน่ะ

การที่สองคนไม่ได้เจอกันนานๆ ทำให้เิกิดอาการเคอะเขินไปเหมือนกัน ระยะเวลา 10 ปีทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวโตขึ้นมาก ร่างกายเปลี่ยนแปลงไปจนทำเอาสองคนจำกันไม่ได้นั่นเอง

แล้วทำไมพี่ไม่ไปหานิที่บ้าน

ก็พอดีพี่ทำที่อยู่ที่คุณพ่อคุณแม่ให้มาหายน่ะ แฮะๆ

มือใหญ่ยกขึ้นเกาท้ายทอยแก้เขิน ก่อนจะเสมองท้องฟ้าเบื้องหน้า ร่างสูงของชายหนุ่มเอนกายลงนอนบนผืนหญ้าหนานุ่ม ก่อนจะดึงร่างบางของอีกคนให้นอนลงตาม

พอเจอนิ พี่ก็นึกถึงวันแรกที่พี่ต้องไปเมืองนอก เราร้องไห้งอแงใหญ่ พี่เห็นนะ

ธามว่าอย่างติดตลก พลางหันไปส่งสายตาล้อๆ ให้แก่หญิงสาวข้างๆ กาย นิรชาคิดแล้วก็เขินขึ้นมา ใบหน้าหวานใสแดงก่ำ ตอนคิดคนเดียวไม่เขิน แต่พอถูกล้อเลียนแบบนี้ก็เขินเหมือนกันนะ

โธ่ก็นิไม่อยากให้พี่ไปนี่นา

แต่พี่ก็กลับมาแล้วนี่ไง

แหม กว่าจะกลับมา นิลืมพี่ไปแล้วนะเนี่ย เห็นเปล่าว่าจำไม่ได้

มันก็จริง

แล้วพี่เปลี่ยนชื่อทำไมหรือ

พี่เปลี่ยนชื่อที่ไหนเล่า นั่นมันชื่อพี่ด้วย นิวน่ะเอาไว้เรียกเฉพาะครอบครัวพี่กับเราเท่านั้นล่ะ

อ๋อ... นิรชาพยักหน้าก่อนจะถามต่ออย่างนึกขึ้นได้

แล้วทำไมหลังจากนั้น พี่ไม่ติดต่อมาหานิเลย นิได้แค่จดหมายไม่กี่ฉบับเอง

ก็พี่เรียนหนัก ไหนจะเรียนภาษาอีก แต่พ่อกับแม่เราก็ยังติดต่อกันอยู่นี่นา

ก็ใช่ค่ะ...

นึกถึงเรื่องเก่าๆ แล้วสองคนก็อดที่ยิ้มออกมาไม่ได้ ความทรงจำเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน แล่นเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ ในบรรยากาศความเงียบ จู่ๆ นิรชาก็เรียกธามออกมา ซึ่งทำเอาเจ้าตัวตกอกตกใจไปเหมือนกัน

พี่นิว

ครับ

นิอยากกินมะม่วง

ห๊ะ? มะม่วงเนี่ยนะ แล้วพี่จะเอาจากไหนเนี่ย

ฮ่าๆๆ นิล้อเล่นน่า

เดี๋ยวเถอะเรา

ว่าแล้วมือใหญ่ก็ยกขึ้นขยี้ผมนุ่มสีดำขลับของหญิงสาวอย่างหมั่นเขี้ยว นิรชาพลิกตัวหนีมือใหญ่ไปอีกทาง ทว่ามือนั้นก็ตามขยี้หัวเธออยู่ดี

พี่นิว อย่าน๊า...เดี๋ยวผมเสียทรงหมด

ฮ่าๆๆ ไม่!เอาให้ยุ่งเหยิงไปเลย

พี่นิว...อย่าซี่

---

อาจจะไม่ค่อยสนุกนะครับ เป็นเรื่องสั้นที่แต่งไว้ประมาณเดือนกันยายนมั๊งครับ (ถ้าจำไม่ผิด) งืมๆ ส่วนนิยายเด๋วจะตามมาในไม่ช้านี้แหละครับผม ^^


edit @ 2005/11/01 15:32:30


edit @ 2005/11/01 15:37:30
edit @ 2005/11/01 15:42:56